ข้อตกลงการให้บริการ

ข้อตกลงการใช้บริการ

ข้อตกลงการใช้บริการฉบับนี้ ("ข้อตกลง") จัดทำขึ้นระหว่างลูกค้า ("ลูกค้า") และบริษัท 1109 พรอส์เปอร์ จำกัด ("1109 PROSPER" หรือ "บริษัท") เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความสัมพันธ์ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและบริการอื่นใดที่บริษัทพัฒนาหรือเปิดให้บริการในอนาคตผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใดของบริษัทตามที่กำหนดในข้อตกลงฉบับนี้ (รวมเรียกว่า"บริการของบริษัท")

การสมัครใช้บริการหรือการใช้บริการของลูกค้า ถือเป็นการยอมรับข้อตกลงฉบับนี้อย่างสมบูรณ์ หากลูกค้าไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขใด โปรดงดเว้นการใช้บริการ

ข้อ 1. คำนิยาม

เพื่อความชัดเจนในการตีความและการบังคับใช้ข้อตกลงการใช้บริการฉบับนี้ คำหรือถ้อยคำดังต่อไปนี้ให้มีความหมายตามที่กำหนด เว้นแต่ข้อความจะแสดงเจตนาเป็นอย่างอื่น

"ลูกค้า" หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ได้ลงทะเบียน สมัคร ใช้บริการ เข้าถึงบริการ หรือกระทำธุรกรรมใด ๆ กับบริษัท ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

"สินทรัพย์ดิจิทัล" หมายถึง คริปโทเคอร์เรนซี โทเคนดิจิทัล และ/หรือสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นใด ตามนิยามที่กำหนดไว้ภายใต้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 รวมถึงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยน หรือทำธุรกรรมผ่านบริการของบริษัทได้

"บริการ" หมายถึง บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และ/หรือบริการอื่นใดที่บริษัทได้เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน หรืออาจพัฒนาและเปิดให้บริการเพิ่มเติมในอนาคต ไม่ว่าผ่านช่องทางใดก็ตาม

"ธุรกรรม" หมายถึง การซื้อ การขาย การแลกเปลี่ยน การโอน การชำระราคา หรือการกระทำใด ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการของบริษัท ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

"บัญชีลูกค้า" หมายถึง บัญชีที่ลูกค้าได้ลงทะเบียนและได้รับอนุญาตจากบริษัทเพื่อใช้บริการ ภายใต้ชื่อผู้ใช้งาน รหัสผ่าน หรือวิธีการพิสูจน์ตัวตนอื่นใดตามที่บริษัทกำหนด

"ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์" หมายถึง ระบบ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน Line Official Account (Line OA) อีเมล ระบบข้อความอิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใดที่บริษัทกำหนดให้ใช้เป็นช่องทางในการติดต่อหรือให้บริการ

"ช่องทางที่บริษัทกำหนด" หมายถึง ช่องทางการติดต่อหรือการสื่อสารใด ๆ ที่บริษัทได้ประกาศ กำหนด หรือแจ้งให้ลูกค้าทราบอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าโดยวิธีใด

"กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า" หมายถึง ที่อยู่กระเป๋า (wallet address) หรือบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลที่ลูกค้าเป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุมดูแลด้วยตนเอง ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุม การดูแล หรือการเก็บรักษาของบริษัท

"เงินทุน" หมายถึง สินทรัพย์ดิจิทัล และ/หรือ เงินตามกฎหมายที่ลูกค้าใช้หรือเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมผ่านบริการของบริษัท

"เงินตามกฎหมาย" หมายถึง สกุลเงินที่ได้รับการรับรองตามกฎหมายของประเทศใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเงินบาทไทย ซึ่งใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อ ขาย หรือชำระราคาสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริการของบริษัท

"ผู้ให้บริการภายนอก" หมายถึง บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลภายนอกที่ให้บริการแก่บริษัท หรือให้บริการแก่ลูกค้าอันเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยี ผู้ให้บริการชำระเงิน ผู้ให้บริการตรวจสอบตัวตน หรือผู้ให้บริการด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย

"เหตุสุดวิสัย" หมายถึง เหตุการณ์ใด ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอันสมเหตุสมผลของบริษัท ซึ่งบริษัทไม่อาจป้องกันหรือหลีกเลี่ยงได้ แม้จะได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ไฟไหม้ แผ่นดินไหว อุทกภัย หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่น การกบฏ การจลาจล สงคราม ข้อพิพาทแรงงาน การกระทำของหน่วยงานรัฐ ความล้มเหลวของระบบสื่อสาร ไฟฟ้าขัดข้อง อุปกรณ์หรือซอฟต์แวร์ทำงานผิดปกติ หรือเหตุอื่นใดในลักษณะเดียวกัน

"Public API" หมายถึง ระบบการเชื่อมต่อโปรแกรมประยุกต์ (Public Application Programming Interface) ที่บริษัทเปิดให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อ ประมวลผล และรับส่งข้อมูลระหว่างช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทกับเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือซอฟต์แวร์ของบุคคลภายนอก ตามเงื่อนไขและขอบเขตที่บริษัทกำหนด

ข้อ 2. การเปิดบัญชีและคำรับรองของลูกค้า

2.1 การลงทะเบียนเปิดบัญชี

ลูกค้าต้องลงทะเบียนผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทกำหนด และต้องจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามที่กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนด

บริษัทมีสิทธิขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมตามความจำเป็นเพื่อประเมินความเสี่ยง ตรวจสอบตัวตน หรือยืนยันวัตถุประสงค์ในการใช้บริการของลูกค้า

บริษัทมีสิทธิที่จะปฏิเสธการเปิดบัญชี ระงับการให้บริการ หรือยุติการให้บริการได้ทันที หากข้อมูลของลูกค้าไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือปรากฏเหตุอันควรสงสัยซึ่งขัดต่อหลักเกณฑ์ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (AML/CFT) หรือกฎหมายกำกับดูแลอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเหตุผลดังกล่าวแก่ลูกค้า

ลูกค้าต้องเป็นผู้ใช้บัญชีด้วยตนเองเท่านั้น และต้องไม่อนุญาตหรือมอบหมายให้บุคคลอื่นใช้บัญชีแทน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีที่พบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของตนโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าความปลอดภัยของบัญชีผู้ใช้อาจถูกละเมิด

ลูกค้าตกลงว่าการกระทำหรือพฤติการณ์ใด ๆ ที่กระทำโดยบุคคลใดก็ตามที่เข้าลงชื่อเข้าใช้บัญชีผู้ใช้ของตน ให้ถือว่าเป็นการกระทำหรือพฤติการณ์ของลูกค้าเอง และลูกค้าต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำดังกล่าว

ลูกค้าต้องรับผิดชอบต่อความเสี่ยงทั้งหมดที่เกี่ยวกับการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ของตน ไม่ว่าการเข้าถึงนั้นจะได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้เท่าที่กฎหมายอนุญาต และบริษัทจะไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการเข้าถึงดังกล่าว

2.2 ลูกค้าบุคคลธรรมดาที่ประสงค์ลงทะเบียนใช้บริการรับรองว่า

มีสัญชาติไทยและมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

มีความสามารถในการทำนิติกรรมตามกฎหมาย

ไม่เคยถูกเพิกถอนการใช้บริการของบริษัท

ไม่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม ฟอกเงิน การหลอกลวง การแชร์ลูกโซ่ การสนับสนุนการก่อการร้าย หรือกิจกรรมผิดกฎหมายใด

จะใช้บัญชีของตนเองเท่านั้น และจะไม่เปิดบัญชีให้บุคคลอื่นใช้แทน

2.3 ลูกค้านิติบุคคลที่ลงทะเบียนใช้บริการรับรองว่า

นิติบุคคลนั้นได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายที่บังคับใช้

ผู้ลงทะเบียนหรือผู้แทนเป็นบุคคลที่มีอำนาจลงนามกระทำการแทนนิติบุคคลอย่างถูกต้อง

กรรมการ ผู้ถือหุ้น คนมีอำนาจลงนาม หรือผู้ได้รับมอบหมายไม่เป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรม ฟอกเงิน การหลอกลวง การแชร์ลูกโซ่ การสนับสนุนการก่อการร้าย หรือกิจกรรมผิดกฎหมายใด

นิติบุคคลต้องรับผิดชอบต่อการกระทำใด ๆ ของบุคคลที่ลงทะเบียนหรือผู้ใช้งานบัญชีในนามนิติบุคคลทุกประการ

2.4 ความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูล

ลูกค้ารับรองว่าข้อมูล เอกสาร และหลักฐานใด ๆ ที่ส่งให้บริษัทเป็นข้อมูลจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

หากข้อมูลใดมีการเปลี่ยนแปลง ลูกค้าต้องแจ้งให้บริษัททราบโดยเร็วที่สุด

หากลูกค้าไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูล บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบันหรือคลาดเคลื่อน

2.5 ค่าธรรมเนียม

ลูกค้าตกลงและอนุญาตให้บริษัทเรียกเก็บ หัก หรือเรียกชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท ตามประเภท อัตรา และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนดและประกาศให้ทราบผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิในการแก้ไขหรือปรับปรุงอัตราและโครงสร้างค่าธรรมเนียมเป็นคราว ๆ ตามดุลพินิจของบริษัท โดยบริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าตามช่องทางที่บริษัทเห็นสมควร และการใช้บริการของลูกค้าหลังการประกาศดังกล่าวให้ถือว่าลูกค้ายินยอมผูกพันตามอัตราค่าธรรมเนียมที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว

ข้อ 3. เงื่อนไขการใช้บริการของลูกค้า

3.1 ขอบเขตการให้บริการและลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับลูกค้า

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า บริษัทให้บริการในฐานะ ผู้ค้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Dealer) โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับลูกค้าในแต่ละธุรกรรม เพื่อการตอบรับและดำเนินการตามคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ลูกค้าได้วางไว้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า บริษัทมิได้ดำเนินการในฐานะตัวแทน นายหน้า ศูนย์ซื้อขาย ผู้จัดหาคู่สัญญา หรือผู้ดูแลผลประโยชน์ของลูกค้า และมิได้มีหน้าที่ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของลูกค้าในฐานะผู้แทนหรือผู้ไว้วางใจแต่อย่างใด

บริษัทมิได้ให้ และไม่ถือว่าได้ให้ คำแนะนำด้านการลงทุน คำแนะนำด้านการเงิน คำแนะนำด้านราคา หรือคำแนะนำด้านกลยุทธ์การซื้อขาย ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งนี้ การตัดสินใจวางคำสั่งซื้อขายและการยอมรับความเสี่ยงเป็นดุลพินิจและความรับผิดชอบของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า ข้อมูลราคา ข้อมูลตลาด หรือข้อมูลอื่นใดที่ปรากฏบนช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำ การรับรองราคา ความเหมาะสม หรือการรับประกันผลลัพธ์ของการซื้อขายใด ๆ และบริษัทไม่รับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความครบถ้วน ความเป็นปัจจุบัน หรือความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวในการตัดสินใจของลูกค้า

3.2 การวางคำสั่งและการยกเลิกคำสั่งซื้อขาย

เมื่อบริษัทได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อขายจากลูกค้าแล้ว บริษัทจะดำเนินการซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะผู้ค้าซื้อขายโดยตรง โดยเป็นการทำธุรกรรมในลักษณะ ซื้อขายทันที (on spot basis)

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า เมื่อคำสั่งซื้อขายได้รับการยืนยันแล้ว คำสั่งดังกล่าวไม่อาจยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงได้ เว้นแต่กรณีที่คำสั่งนั้นยังมิได้ถูกดำเนินการเสร็จสิ้นภายในระบบของบริษัท ซึ่งในกรณีดังกล่าว บริษัทจะใช้ความพยายามทางเทคนิคอย่างดีที่สุดในการพิจารณาดำเนินการตามคำขอยกเลิกของลูกค้า

ทั้งนี้ ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า บริษัทไม่อาจรับประกันได้ว่าการยกเลิกคำสั่งจะสามารถดำเนินการได้สำเร็จในทุกกรณี อันเนื่องมาจากข้อจำกัดของระบบ กลไกการดำเนินงาน หรือสภาพตลาดที่เกี่ยวข้องซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท และบริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่คำสั่งซื้อขายได้ถูกดำเนินการไปแล้วทั้งหมดหรือบางส่วน

3.3 ความผันผวนของตลาดและเหตุขัดข้องของระบบ

ลูกค้ารับทราบและยอมรับว่า การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกรรมที่มีความผันผวนสูง ราคาอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยที่ไม่อาจคาดการณ์ได้ บริษัทไม่รับประกันราคา สภาพคล่อง หรือผลตอบแทนใด ๆ จากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่ต้องรับผิดในความสูญเสียอันเกิดจากความผันผวนของตลาดดังกล่าว

ในกรณีที่เกิดเหตุขัดข้องของระบบ เหตุหยุดชะงักของตลาด เหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า บริษัทไม่ต้องรับผิดในความล่าช้า ความผิดพลาด หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ภายใต้ขอบเขตสูงสุดตามกฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต

3.4 การชำระราคา การส่งมอบสินทรัพย์ดิจิทัล และสถานะการไม่เก็บรักษาทรัพย์สิน

เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า บริษัทมิได้ให้บริการรับฝาก เก็บรักษา หรือบริหารจัดการ เงินตามกฎหมายหรือสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และบริษัท มิได้เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน (custodian) ของลูกค้าแต่อย่างใด

การให้บริการของบริษัทเป็นการซื้อขายในลักษณะซื้อมาขายไป โดยบริษัทเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับลูกค้า ทั้งนี้ การโอนเงินหรือการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลจะเกิดขึ้นเท่าที่จำเป็นเพื่อการชำระราคาและการส่งมอบตามคำสั่งซื้อขายที่ได้รับการยืนยันแล้วเท่านั้น โดย

(1) กรณีลูกค้าซื้อสินทรัพย์ดิจิทัล ลูกค้าต้องชำระเงินตามกฎหมายให้แก่บริษัทตามช่องทางและระยะเวลาที่บริษัทกำหนด และบริษัทจะส่งมอบสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลหรือบัญชีภายนอกที่ลูกค้าได้ระบุไว้

(2) กรณีลูกค้าขายสินทรัพย์ดิจิทัล ลูกค้าต้องส่งมอบสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่บริษัทไปยังกระเป๋าหรือที่อยู่ที่บริษัทกำหนด และบริษัทจะชำระเงินตามกฎหมายไปยังบัญชีภายนอกที่ลูกค้าได้ระบุไว้

ภายหลังการส่งมอบหรือการชำระราคาเสร็จสิ้น บริษัทไม่มีหน้าที่ในการถือครอง เก็บรักษา หรือจัดการทรัพย์สินของลูกค้า และลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลบัญชีภายนอกและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง รวมถึงความถูกต้องของข้อมูลที่ลูกค้าเป็นผู้ระบุทั้งหมด

3.5 การระงับหรือจำกัดการให้บริการ

ลูกค้าตระหนักและยอมรับว่าบริษัทอาจใช้ดุลพินิจในการจำกัด ระงับ หรือปฏิเสธการเข้าถึงบัญชีผู้ใช้ การใช้งานระบบ หรือการใช้บริการบางประเภทของลูกค้าได้ไม่ว่าเวลาใด หากบริษัทเห็นว่าจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของระบบ การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น โดยบริษัทไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวล่วงหน้า

3.6 การตระหนักและตรวจสอบข้อมูลก่อนทำธุรกรรม

ลูกค้าตระหนักและยอมรับว่าการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง มีความผันผวนทางราคา และสภาพคล่องของสินทรัพย์แต่ละประเภทอาจแตกต่างกันไป การตัดสินใจซื้อขายเป็นดุลยพินิจและความรับผิดชอบของลูกค้าเองแต่เพียงผู้เดียว และบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อผลกำไร ความสูญเสีย ความสูญหายหรือความเสียหายใด ๆ อันเกิดขึ้นจากการลงทุนหรือการซื้อขายของลูกค้าไม่ว่าในกรณีใด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า (ก) ลูกค้ามีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสมของข้อมูลที่ใช้ในการทำธุรกรรมทั้งหมด รวมถึงที่อยู่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล เครือข่ายบล็อกเชน ประเภทสินทรัพย์ดิจิทัล และข้อมูลบัญชีภายนอกอื่นใด และบริษัทไม่ต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการระบุข้อมูลผิดพลาดหรือไม่ครบถ้วน (ข) ธุรกรรมบนระบบบล็อกเชนเป็นธุรกรรมที่มีลักษณะถาวร ไม่สามารถยกเลิก แก้ไข ระงับ หรือเรียกคืนได้เมื่อได้รับการยืนยันแล้ว และบริษัทไม่มีอำนาจหรือความสามารถในการแทรกแซงหรือกู้คืนธุรกรรมดังกล่าว และ (ค) บริษัทให้บริการในฐานะผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น มิได้เป็นผู้ดูแลทรัพย์สิน มิได้เป็นผู้ให้คำแนะนำ และมิได้ให้การรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับผลลัพธ์ของธุรกรรม

3.7 ความครบถ้วนของข้อมูลลูกค้า

ลูกค้าต้องจัดส่งข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ ที่บริษัทขอในขั้นตอนการเปิดบัญชีหรือระหว่างการใช้บริการให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน รวมทั้งรับรองว่าข้อมูลที่ส่งผ่านบริการของบริษัทย่อมถูกต้องตามความเป็นจริง และไม่ทำให้บริษัทเข้าใจคลาดเคลื่อน

3.8 เงินทุนไม่เพียงพอต่อการทำธุรกรรม

หากยอดเงินทุนของลูกค้าในบัญชีไม่เพียงพอต่อการทำธุรกรรมหรือการใช้บริการ บริษัทมีสิทธิที่จะปฏิเสธคำสั่งของลูกค้าทั้งหมดในคำสั่งนั้น โดยไม่มีภาระผูกพันใดต่อบริษัท

3.9 หน้าที่ด้านภาษีของลูกค้า

ลูกค้ามีหน้าที่ในการประเมินภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของตนเอง และต้องดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีต่อหน่วยงานรัฐด้วยตนเอง บริษัทไม่รับผิดชอบต่อการกำหนด การประเมิน การรายงาน การรวบรวม หรือการหักและนำส่งภาษีใด ๆ ที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมของลูกค้า เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้โดยชัดแจ้ง

3.10 การคืนทรัพย์สินที่ได้รับโดยคลาดเคลื่อน

ในกรณีที่ลูกค้าได้รับสินทรัพย์ดิจิทัลหรือเงินตามกฎหมายที่เป็นของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะโดยสุจริตหรือไม่ก็ตาม และไม่ว่าการรับดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของบริษัทหรือของบุคคลที่สาม ลูกค้าตกลงคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่บริษัทหรือบุคคลผู้เป็นเจ้าของโดยทันทีเมื่อทราบ หรือเมื่อได้รับแจ้งจากบริษัท ซึ่งลูกค้าจะไม่ถือสิทธิใดเหนือทรัพย์สินที่ได้รับโดยคลาดเคลื่อนนั้น และบริษัทมีสิทธิใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อให้ทรัพย์สินดังกล่าวกลับคืนในกรณีที่ลูกค้าไม่ดำเนินการตามกำหนด

ข้อ 4. พฤติกรรมต้องห้าม

4.1 ลูกค้าต้องไม่กระทำการใดที่ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งของหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจบังคับใช้ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกฎหมายอาญา กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน การก่อการร้าย การค้ามนุษย์ กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทุกประเภท ลูกค้าต้องไม่ละเมิดสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ของบริษัท ลูกค้าอื่น หรือบุคคลภายนอก ไม่ว่าทางตรงหรือโดยอ้อม

4.2 ลูกค้าต้องไม่ใช้บริการของบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมายหรืออาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบการเงิน เช่น การฟอกเงิน การฉ้อโกง การพนันที่ผิดกฎหมาย การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย หรือกิจกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายรูปแบบอื่น รวมถึงการใช้บัญชีเป็นช่องทางล่อหลอก โอนเงินแทนบุคคลอื่น หรือเป็น "บัญชีม้า" เพื่อสนับสนุนการกระทำผิด

4.3 ลูกค้าต้องไม่กระทำการใดที่แทรกแซง ขัดขวาง หรือทำให้ระบบ ข้อมูล หรือบริการของบริษัททำงานผิดปกติ รวมถึงการส่งหรือเผยแพร่ไวรัส มัลแวร์ โทรจัน เวิร์ม โค้ดอันตราย หรือการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ ไม่ว่าจะผ่านวิธีการแฮก การหลีกเลี่ยงระบบความปลอดภัย การทดลองเจาะระบบ การใช้เครื่องมืออัตโนมัติ เช่น โรบอต สไปเดอร์ คราวเลอร์ สครัปเปอร์ หรือการทำวิศวกรย้อนกลับ ถอดคอมไพล์ หรือแก้ไขซอฟต์แวร์ของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทก่อน

4.4 ลูกค้าต้องไม่ปลอมแปลง แอบอ้าง หรือใช้ข้อมูลประจำตัวของบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเพื่อเปิดบัญชี เข้าถึงระบบ หรือทำธุรกรรม รวมถึงไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นใช้บัญชีของตน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ห้ามแสดงตนเป็นบุคคลอื่น เจ้าหน้าที่บริษัท ตัวแทน หรือนิติบุคคลอื่นโดยมิได้รับอนุญาต

4.5 ลูกค้าต้องไม่เผยแพร่ ส่งต่อ หรือสื่อสารข้อมูล ข้อความ หรือเนื้อหาใดที่เป็นเท็จ ทำให้เข้าใจผิด หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทหรือผู้ใช้รายอื่น รวมถึงข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับบริการ การดำเนินธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ หรือข้อมูลที่บริษัทกำหนดให้เป็นความลับ ห้ามกระทำการใดที่มีลักษณะหลอกลวง โน้มน้าว ให้คำแนะนำเท็จ ทำนายราคาอย่างไม่มีมูล หรือชักชวนผู้อื่นเข้าร่วมธุรกรรมที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือบุคคลอื่น

4.6 ลูกค้าจะไม่ใช้บริการของบริษัทเพื่อดำเนินธุรกรรมหรือกิจกรรมที่มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อกวน กดดัน ปั่นราคา แทรกแซงกลไกตลาด ทำธุรกรรมเทียม ปลอมปริมาณซื้อขาย หรือกระทำการใดที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมตลาด หรืออาจสร้างความผิดปกติให้แก่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

4.7 การสนับสนุน ส่งเสริม ยุยง หรือชักชวนให้บุคคลอื่นกระทำการต้องห้ามตามข้อนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือโดยอ้อม ให้ถือเป็นการละเมิดสัญญาอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทมีสิทธิใช้ดุลพินิจในการระงับการให้บริการ ชะลอธุรกรรม หรือยกเลิกบัญชีของลูกค้าได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า

ข้อ 5. คำสั่งซื้อขายและการดำเนินธุรกรรม

ข้อตกลงนี้ใช้บังคับกับ (1) การซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดำเนินการผ่านบริการของบริษัท และ (2) บริการใด ๆ ที่ลูกค้านำเงินทุนเข้าทำธุรกรรมผ่านบัญชีลูกค้า รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงธุรกรรมการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่ดำเนินการผ่านศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลปลายทางตามกลไกการให้บริการของบริษัท ทั้งนี้ การดำเนินธุรกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้ ซึ่งลูกค้ายินยอมผูกพันตามที่ระบุไว้ในทุกประการ

5.1 การเริ่มดำเนินคำสั่งซื้อขาย การเปิดคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายจะยังไม่ถูกดำเนินการจนกว่าบริษัทจะได้รับเงินตามกฎหมายหรือสินทรัพย์ดิจิทัลจากลูกค้าเข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่บริษัทกำหนดอย่างถูกต้องแล้ว คำสั่งซื้อและคำสั่งขายที่ยังไม่ได้รับการดำเนินการอาจยกเลิกได้ตามกลไกที่บริษัทจัดให้บริการ ทั้งนี้ บริษัทสงวนสิทธิ์ที่จะจำกัด ระงับ หรือปฏิเสธการยกเลิกคำสั่งซื้อหรือคำสั่งขายที่ส่งเข้ามาแล้ว ตามที่บริษัทเห็นสมควร

5.2 การส่งคำสั่งและการดำเนินธุรกรรม เมื่อลูกค้าส่งคำสั่งผ่านบริการของบริษัท ลูกค้ายินยอมให้บริษัทดำเนินการจัดการคำสั่งของลูกค้าให้เสร็จสมบูรณ์ตามกลไกการให้บริการแบบทันที (on spot basis) รวมถึงยินยอมให้บริษัทหักค่าธรรมเนียม

หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องตามอัตราที่บริษัทกำหนดและแจ้งให้ทราบผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด

5.3 ไม่สามารถเพิกถอนของธุรกรรม เมื่อคำสั่งได้รับการยืนยันโดยระบบของบริษัทแล้ว ลูกค้าตกลงและยอมรับว่าการทำธุรกรรมซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริการของบริษัท เมื่อได้รับการยืนยันคำสั่งจากลูกค้าแล้ว และบริษัทได้ดำเนินการตามคำสั่งนั้นแล้ว ธุรกรรมดังกล่าวย่อมไม่อาจเพิกถอน แก้ไข หรือย้อนกลับได้ บริษัทจึงขอแนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบรายละเอียดคำสั่งและข้อมูลที่เกี่ยวข้องทุกครั้งก่อนยืนยันคำสั่ง อย่างไรก็ดี หากโครงสร้างการให้บริการของบริษัทรองรับการยกเลิกหรือย้อนกลับธุรกรรมในบางกรณี บริษัทสงวนสิทธิ์และดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการพิจารณาดำเนินการยกเลิกหรือย้อนกลับธุรกรรมดังกล่าว ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวถือเป็นดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวของบริษัท และลูกค้าไม่อาจโต้แย้งหรือเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ ได้

5.4 การแจ้งข้อผิดพลาดและเหตุผิดปกติ หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าการใช้บริการมีข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง การทุจริต การกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย หรืออาชญากรรมทางไซเบอร์ ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับระบบของบริษัท ระบบของลูกค้า หรือระบบของผู้ให้บริการรายอื่น ลูกค้าตกลงจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวไว้เป็นความลับ และแจ้งให้บริษัททราบโดยทันทีเมื่อทราบหรือควรได้ทราบเหตุ เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการตรวจสอบและดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความสูญหายหรือความเสียหายที่อาจเกิดแก่บริษัท ลูกค้า หรือบุคคลอื่น เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายหรือหน่วยงานของรัฐกำหนดให้ต้องเปิดเผย

5.5 สิทธิของบริษัทในการแก้ไขข้อผิดพลาดและเรียกคืนทรัพย์สิน ในกรณีที่บริษัทตรวจพบว่ามีข้อผิดพลาด ข้อบกพร่อง หรือการดำเนินการใดที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าความผิดพลาดนั้นจะเกิดจากลูกค้า บริษัท หรือบุคคลที่สาม บริษัทมีสิทธิภายใต้ดุลพินิจของตนเองในการแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การแก้ไขหรือยกเลิกรายการซื้อขาย การเรียกเก็บหรือคืนค่าธรรมเนียม และการเรียกคืนเงินบาทหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโอนหรือรับโอนไปโดยไม่ถูกต้องหรือโดยผิดพลาด ทั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการโดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และลูกค้าตกลงให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในกระบวนการดังกล่าว

5.6 การใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลและความเสี่ยง ลูกค้าอาจใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง หรือใช้บริการผ่านกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่นตามที่ลูกค้าเห็นสมควร ในกรณีที่ลูกค้าใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเอง สินทรัพย์ดิจิทัลดังกล่าวย่อมเป็นกรรมสิทธิ์และอยู่ในความครอบครองและความเสี่ยงของลูกค้าเองทั้งหมด บริษัทมิได้เป็นผู้ครอบครอง ครอบครองแทน หรือมีกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าแต่อย่างใด

ในกรณีที่ลูกค้าใช้กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายอื่น เงื่อนไขสิทธิกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง และความรับผิดเกี่ยวกับความสูญหายหรือความเสียหายของสินทรัพย์ดิจิทัล ให้เป็นไปตามข้อตกลงการใช้บริการระหว่างลูกค้ากับผู้ประกอบธุรกิจรายนั้น โดยบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะผู้รับฝาก ผู้ครอบครอง หรือผู้ดูแลรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า

5.7 ขอบเขตการให้บริการเงินบาทและสกุลเงินต่างประเทศ บริษัทให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับเงินบาทเท่านั้น และมิได้ให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกับสกุลเงินต่างประเทศซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย หากลูกค้ามีความประสงค์จะแลกเปลี่ยนเงินบาทหรือสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ลูกค้าต้องดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเท่านั้น โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าว

5.8 ความสัมพันธ์และการไม่ให้คำแนะนำการลงทุน ลูกค้ารับทราบและยอมรับว่า (1) บริษัทให้บริการในฐานะผู้ให้บริการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนตามคำสั่งของลูกค้า มิใช่ที่ปรึกษาทางการลงทุน การเงิน หรือภาษี และ (2) ข้อมูล ข้อความ การสื่อสาร หรือเนื้อหาใด ๆ ที่ลูกค้าได้รับจากบริษัทไม่ถือเป็นคำแนะนำ การชี้นำ หรือการให้คำปรึกษาในการลงทุน ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจในการทำธุรกรรมของตนเองแต่เพียงผู้เดียว และควรประเมินความเหมาะสมตามฐานะ ความเสี่ยง และวัตถุประสงค์ของลูกค้าเอง

ข้อ 6. การโอนและการรับโอนเงินบาทและสินทรัพย์ดิจิทัล

ลูกค้าตกลงปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ในการโอนและรับโอนเงินตามกฎหมายและสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านบริการของบริษัท

กรณีบัญชีบัญธนาคาร ลูกค้าต้องโอนหรือรับโอนเงินบาทผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นชื่อของลูกค้าเองเท่านั้น โดยบริษัทไม่อนุญาตให้ใช้บัญชีที่มีชื่อบุคคลอื่น ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับลูกค้าในลักษณะใดก็ตาม

กรณีกระเป๋าสินทรัพยดิจิทัล ลูกค้าต้องโอนหรือรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ลูกค้าเป็นเจ้าของเท่านั้น โดยกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ลูกค้าได้แจ้งหรือบันทึกไว้กับบริษัทนั้น ให้ถือว่าเป็นกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า

การตรวจสอบข้อมูลการโอน ลูกค้าต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าข้อมูลที่ใช้ในการทำธุรกรรมทุกรายการ เช่น เลขบัญชีธนาคาร เลขกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล ช่องทางการชำระเงิน จำนวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยนและ QR Code ที่บริษัทกำหนด มีความถูกต้องครบถ้วนก่อนดำเนินการโอน

ความรับผิดชอบกรณีโอนผิดบัญชีหรือผิดกระเป๋า หากลูกค้าโอนเงินบาทหรือสินทรัพย์ดิจิทัลไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด หรือมิใช่บัญชีหรือกระเป๋าที่เป็นของลูกค้าเอง ความสูญหายหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว และบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าวไม่ว่าในกรณีใด

ระยะเวลาการทำธุรกรรม เมื่อมีการส่งคำสั่งซื้อหรือขาย ลูกค้าต้องโอนเงินบาทหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้บริษัทภายในเวลาที่บริษัทกำหนด หากลูกค้าไม่ดำเนินการโอนภายในเวลาที่กำหนด คำสั่งดังกล่าวจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

และลูกค้าจะต้องทำคำสั่งใหม่หากประสงค์จะซื้อหรือขายต่อไป

การส่งมอบที่ถือว่าสมบูรณ์ การส่งมอบถือว่าสำเร็จสมบูรณ์เมื่อ

ในคำสั่งขาย: เมื่อบริษัทโอนเงินบาทเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของลูกค้าตามที่ลงทะเบียนไว้ ถือว่าบริษัทได้ส่งมอบโดยสมบูรณ์

ในคำสั่งซื้อ: เมื่อบริษัทโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลตามที่ลูกค้าระบุ ถือว่าบริษัทได้ส่งมอบโดยสมบูรณ์

ความรับผิดชอบหลังการส่งมอบ หากเกิดเหตุขัดข้อง ความล่าช้า ความเสียหาย หรือข้อพิพาทใด ๆ หลังจากบริษัทได้ส่งมอบเงินบาทหรือสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ลูกค้าแล้ว ไม่ว่าจะมาจากสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น หรือบุคคลที่สามอื่น ให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของลูกค้ากับผู้ให้บริการดังกล่าวโดยตรง โดยบริษัทไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าวไม่ว่าในกรณีใด

ความเสี่ยงจากการใช้เครือข่ายที่ไม่ถูกต้อง ลูกค้าต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละครั้งได้ดำเนินการผ่านเครือข่ายหรือโปรโตคอล (network/protocol) ที่ถูกต้องและเป็นเครือข่ายที่บริษัทรองรับ เช่น ERC-20, TRC-20, BEP-20 หรือเครือข่ายอื่นตามที่บริษัทประกาศกำหนดไว้ ทั้งนี้ หากลูกค้าใช้เครือข่ายที่ไม่ได้รองรับ ระบุเครือข่ายผิดพลาด หรือดำเนินการโอนผิดพลาดไม่ว่ากรณีใด ความสูญหายหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ถือเป็นความรับผิดชอบของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว

ข้อ 7. การควบคุมธุรกรรม

ลูกค้าตระหนักและยอมรับว่าบริษัทมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายและนโยบายการกำกับดูแลในการดำเนินการ คัดกรอง ตรวจสอบ และติดตาม (screening and monitoring) ลูกค้า ธุรกรรม เงินทุน สินทรัพย์ดิจิทัล คู่ธุรกรรม ประเทศต้นทาง-ปลายทาง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นใด อย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร บริษัทมีสิทธิใช้ดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ โดยไม่ต้องแจ้งเหตุผลโดยละเอียดแก่ลูกค้า และไม่ถือเป็นการผิดสัญญา

ปฏิเสธ ระงับ หรือยุติการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วน

ระงับ ชะลอ หรือปฏิเสธการดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง

ขอข้อมูล เอกสาร หรือคำชี้แจงเพิ่มเติมจากลูกค้า

รายงานหรือเปิดเผยข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจ ตามที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต

ดำเนินการอื่นใดที่บริษัทเห็นสมควรเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายด้านการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท

หากปรากฏเหตุหนึ่งเหตุใดต่อไปนี้

ลูกค้าฝ่าฝืนข้อตกลงฉบับนี้ เงื่อนไขการใช้บริการ หรือพฤติกรรมต้องห้ามตามที่กำหนดไว้

บริษัทมีข้อมูลหรือหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าลูกค้ามีสถานะที่กระทบต่อความสามารถในการใช้บริการอย่างปลอดภัยและเหมาะสม ได้แก่ การถูกฟ้องล้มละลาย การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ หรือสถานการณ์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญ การเลิกกิจการหรืออยู่ระหว่างกระบวนการชำระบัญชีหากเป็นนิติบุคคล มีความบกพร่องอย่างร้ายแรงด้านสติสัมปชัญญะหรือสุขภาพที่ทำให้ไม่สามารถใช้บริการได้อย่างมั่นคง หรือกรณีที่บัญชีผู้ใช้ถูกจัดตั้งโดยใช้ข้อมูลเท็จ ใช้ชื่อของบุคคลอื่น ใช้นามแฝง หรือมีพฤติการณ์ที่บ่งชี้ว่าไม่ได้เป็นการสร้างบัญชีโดยเจตนาของลูกค้าเอง

ข้อมูลหรือเอกสารที่ลูกค้าจัดส่งมีความไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูล ประวัติส่วนบุคคล วัตถุประสงค์การทำธุรกรรม หรือแหล่งที่มาของเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึงกรณีที่บริษัทพบสัญญาณผิดปกติหรือข้อบ่งชี้ที่อาจสัมพันธ์กับการฟอกเงิน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย การฉ้อโกง หรือการใช้ผู้อื่นดำเนินธุรกรรมแทน

ลักษณะหรือรูปแบบการทำธุรกรรมของลูกค้ามีความผิดปกติ ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเงินตามปกติของลูกค้า ประวัติการใช้งาน หรือข้อมูลที่ลูกค้าได้แสดงต่อบริษัท ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงิน ความถี่ ช่วงเวลา ช่องทาง ต้นทาง-ปลายทางของธุรกรรม หรือรูปแบบการจัดโครงสร้างธุรกรรม อันอาจเป็นเหตุให้สงสัยว่าเข้าข่ายธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูงหรือธุรกรรมต้องสงสัยตามหลักเกณฑ์ AML/CFT

การจำกัดหรือระงับธุรกรรมเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล แม้บริษัทจะไม่จำเป็นต้องเปิดเผยเหตุผลโดยละเอียดให้แก่ลูกค้า

บัญชีเงินฝากธนาคาร กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือบริการที่เกี่ยวข้องของลูกค้ามีความเสี่ยง ถูกระงับ ถูกตรวจสอบ หรือบริษัทพบข้อสงสัยด้านความปลอดภัยของบัญชีหรือระบบที่ลูกค้าใช้งาน

ลูกค้าหรือธุรกรรมเกี่ยวข้องกับบุคคลหรือประเทศที่อยู่ในรายชื่อคว่ำบาตร หรืออยู่ในเขตอำนาจที่มีความเสี่ยงสูงตามที่บริษัทหรือหน่วยงานกำกับดูแลกำหนด

บริษัทได้รับคำสั่งหรือหนังสือร้องขอจากหน่วยงานรัฐ หน่วยงานกำกับดูแล หรือคำสั่งศาล ให้ระงับหรือปฏิเสธธุรกรรม รวมถึงสิทธิในการจำกัดการเข้าถึงสินทรัพย์ของลูกค้า

เกิดเหตุฉุกเฉิน ความผิดปกติของระบบ ตลาดมีความผันผวนผิดปกติ หรือเหตุการณ์อื่นใดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้าหรือระบบโดยรวม หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัททำให้ไม่อาจให้บริการได้อย่างปลอดภัย

การให้บริการอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อบริษัท ระบบ หรือลูกค้ารายอื่น โดยบริษัทมีสิทธิปฏิเสธหรือระงับการให้บริการตามดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งเหตุผลโดยละเอียดแก่ลูกค้า

ธุรกรรมจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม บริษัทอาจระงับ ชะลอ หรือกำหนดสถานะ "รอการยืนยัน" รวมถึงงดการโอนเงินบาทหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความล่าช้าดังกล่าว

บริษัทอาจกำหนดหรือปรับเปลี่ยนวงเงินสูงสุด จำนวนธุรกรรม หรือข้อจำกัดอื่นใดในการทำธุรกรรมตามนโยบายบริหารความเสี่ยงหรือข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล หากคำสั่งเกินข้อจำกัด บริษัทอาจปฏิเสธ แบ่งธุรกรรม หรือชะลอการดำเนินการ โดยลูกค้าตกลงรับความเสี่ยงด้านราคา อัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าธรรมเนียมที่อาจเปลี่ยนแปลงในระหว่างดังกล่าว

ทั้งนี้ ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า ความล่าช้า การระงับ หรือการปฏิเสธการให้บริการที่เกิดขึ้นจากการดำเนินมาตรการตามข้อนี้ เป็นผลจากภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสีย ความเสียหาย หรือผลกระทบใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ลูกค้าไม่ว่ากรณีใด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อ 8. การตรวจสอบ

บริษัทมีสิทธิที่จะดำเนินการตรวจสอบธุรกรรม บัญชีผู้ใช้ และกิจกรรมใด ๆ ของลูกค้าได้ทุกเมื่อตามระยะเวลาที่บริษัทเห็นสมควร โดยการใช้มาตรการที่เหมาะสมตามดุลพินิจของบริษัท ดังต่อไปนี้

การตรวจสอบทั่วไปและการร้องขอข้อมูลเพิ่มเติม บริษัทอาจตรวจสอบข้อมูล การเคลื่อนไหวของบัญชี แหล่งที่มาของเงินหรือสินทรัพย์ดิจิทัล รูปแบบการทำธุรกรรม และพฤติกรรมการใช้งานระบบ หากเห็นว่าเป็นการจำเป็นต่อการรักษาความปลอดภัยของระบบ หรือเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎหมายและการกำกับดูแล บริษัทอาจร้องขอข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมจากลูกค้า รวมถึงมีสิทธิชะลอหรือระงับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องในระหว่างการตรวจสอบ โดยลูกค้าตกลงให้ความร่วมมืออย่างครบถ้วนและทันที

การตรวจสอบเชิงลึกเมื่อมีเหตุอันควรสงสัย (Enhanced Due Diligence: EDD) หากบริษัทมีเหตุอันควรสงสัยว่าลูกค้าเป็นผู้กระทำความผิด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับแจ้งจากหน่วยงานที่มีอำนาจว่าลูกค้าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว บริษัทมีสิทธิที่จะ (ก) ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมในระดับ Enhanced CDD เพื่อประเมินความเสี่ยงและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง เว้นแต่ลูกค้าไม่ส่งข้อมูลตามที่ร้องขอครบถ้วน และ/หรือ (ข) ระงับการให้บริการถอนทรัพย์สินชั่วคราว จนกว่าการตรวจสอบตามข้อ (ก) จะแล้วเสร็จหรือจนกว่าบริษัทพิจารณาว่าสามารถดำเนินการต่อได้อย่างปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

ลูกค้าตกลงและยอมรับว่ามาตรการในข้อนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาระหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท และให้บังคับใช้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง ทั้งนี้ ความล่าช้าหรือข้อจำกัดใดที่เกิดขึ้นจากการดำเนินมาตรการดังกล่าว บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบ เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น

ข้อ 9. การกำหนดวงเงินและจำนวนธุรกรรม

ลูกค้ายินยอมและตกลงว่าบริษัทมีสิทธิใช้ดุลพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการกำหนดหรือจำกัด:

จำนวนเงินบาท สินทรัพย์ดิจิทัล หรือทรัพย์สินอื่นที่สามารถทำธุรกรรมได้ต่อหนึ่งรายการ

จำนวนหรือความถี่ของธุรกรรมที่ลูกค้าสามารถดำเนินการได้ในระยะเวลาหนึ่ง

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยของระบบ และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากลูกค้าส่งคำสั่งที่เกินกว่าข้อจำกัดที่บริษัทกำหนด บริษัทมีสิทธิ ปฏิเสธการให้บริการธุรกรรมนั้นทันที หรือหากบริษัทเห็นสมควรที่จะดำเนินการให้บริการดังกล่าว ลูกค้าตกลงยินยอมให้บริษัทดำเนินการแบ่งธุรกรรมออกเป็นหลายธุรกรรมโดยอัตโนมัติ หรือชะลอการดำเนินการจนกว่าจะพ้นช่วงเวลาที่มีข้อจำกัด และลูกค้ายอมรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเปลี่ยนแปลง ค่าธรรมเนียมที่อาจเพิ่มขึ้น หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ที่เกิดขึ้นตามระเบียบของบริษัทระหว่างช่วงเวลานั้น โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากความล่าช้าดังกล่าว

ข้อ 10. สิทธิของบริษัทในการหยุดให้บริการชั่วคราว

บริษัทมีสิทธิระงับการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า หากเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้

มีความจำเป็นต้องบำรุงรักษา ปรับปรุงระบบ หรือดำเนินการตรวจสอบเชิงเทคนิคไม่ว่าตามรอบระยะเวลาปกติหรือโดยเร่งด่วน

ระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท

การให้บริการไม่สามารถดำเนินต่อไปได้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งศาล หรือคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ

มีการเข้าถึงระบบหรือการใช้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือตรวจพบความเสี่ยง ความผิดปกติ หรือความล้มเหลวของระบบที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของบริการ

บริษัทเห็นว่ามีเหตุจำเป็นด้านการปฏิบัติงาน ความปลอดภัย หรือด้านเทคนิคที่ทำให้ต้องระงับบริการชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหายต่อบริษัท ลูกค้า หรือระบบโดยรวม

ทั้งนี้ บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหาย ความเสียหาย ค่าใช้จ่าย หรือผลกระทบใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการได้อันเนื่องมาจากการระงับ ชะลอ หรือหยุดให้บริการตามข้อกำหนดนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ข้อ 11. สิทธิทในทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบริการของบริษัท ไม่ว่าจะปรากฏบนเว็บไซต์ ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร คู่มือ เนื้อหา ข้อความ งานเขียน กราฟิก รูปภาพ ข้อมูล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ระบบ ซอร์สโค้ด อัลกอริทึม เครื่องมือ กระบวนการ แบบฟอร์ม นโยบายทางธุรกิจ สิ่งประดิษฐ์ งานพัฒนา ความชำนาญการ (know-how) ตรา เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ หรือทรัพย์สินทางปัญญาในลักษณะอื่นใด ("ทรัพย์สินของบริษัท") รวมถึงทรัพย์สินทางปัญญาที่ยื่นให้ลูกค้าดู ใช้ หรือเข้าถึงผ่านบริการของบริษัท ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะได้รับการจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม ให้ถือเป็นกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวของบริษัท หรือผู้ให้สิทธิแก่บริษัท

บริษัทให้สิทธิแก่ลูกค้าในการเข้าถึงและใช้ทรัพย์สินของบริษัทได้เพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้งานบริการของบริษัทในลักษณะส่วนบุคคลหรือเพื่อกิจการภายในของลูกค้าเท่านั้น โดยเป็นสิทธิที่มีลักษณะ จำกัด ไม่ผูกขาด ไม่อาจโอนสิทธิ และไม่อาจให้สิทธิช่วงแก่บุคคลอื่น การอนุญาตดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขของข้อตกลงฉบับนี้ และไม่รวมถึงสิทธิในการกระทำดังต่อไปนี้ เว้นแต่มีหนังสือยินยอมล่วงหน้าจากบริษัท:

การคัดลอก ทำซ้ำ แก้ไข ดัดแปลง แปล ทำวิศวกรย้อนกลับ ค้นหาซอร์สโค้ด หรือสร้างงานต่อยอดจากทรัพย์สินของบริษัท

การขาย ให้เช่า โอน จำหน่าย จัดแสดงต่อสาธารณะ หรือเผยแพร่ทรัพย์สินของบริษัทไม่ว่าด้วยวิธีการใด

การนำทรัพย์สินของบริษัทไปยื่นจดทะเบียนสิทธิ หรืออ้างกรรมสิทธิ์ หรือใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ของการใช้บริการ

การกระทำใด ๆ อันมีผลให้เกิดความเสียหายแก่สิทธิของบริษัท ผู้ให้สิทธิของบริษัท หรือทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าได้รับอนุญาตจากบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง

สิทธิในการใช้งานดังกล่าวจะถูกเพิกถอนโดยอัตโนมัติทันทีเมื่อบัญชีหรือสิทธิการใช้บริการของลูกค้าถูกระงับหรือยุติไม่ว่าด้วยเหตุใด

การที่ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกนำชื่อ เครื่องหมาย เนื้อหา โลโก้ หรือทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ ของบริษัทไปใช้หรืออ้างอิง ไม่ถือว่าเป็นการรับรอง การสนับสนุน การอนุญาต การเป็นหุ้นส่วน หรือความเกี่ยวพันใด ๆ กับบริษัท และไม่ถือว่าผู้ใช้ดังกล่าวเป็นตัวแทน หรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากบริษัท เว้นแต่บริษัทได้ให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรโดยชัดแจ้งเท่านั้น

บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหา ข้อมูล การโฆษณา ผลิตภัณฑ์ หรือบริการใด ๆ ของลูกค้าหรือบุคคลภายนอกที่มีการอ้างอิงถึงบริษัท ชื่อ เครื่องหมาย หรือทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต และลูกค้าตกลงรับผิดชอบต่อความเสียหาย ข้อร้องเรียน หรือข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากการใช้งานหรือการอ้างอิงดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว

ข้อ 12. ข้อสงวนสิทธิ์เกี่ยวกับการรับประกันและความเสี่ยงในการใช้บริการ

12.1 ข้อจำกัดเกี่ยวกับการรับประกัน เว้นแต่บริษัทจะได้ระบุไว้เป็นการเฉพาะโดยชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร บริการของบริษัท รวมถึงระบบ ข้อมูล เนื้อหา ฟังก์ชันการทำงาน และองค์ประกอบทางเทคนิคทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ให้ถือว่าให้บริการในลักษณะ "ตามสภาพ" (As Is) และ "ตามที่มีอยู่" (As Available) เท่านั้น โดยไม่มีการรับประกันระดับความพร้อมใช้งาน (uptime) หรือความต่อเนื่องของการให้บริการ บริษัทไม่ให้การรับประกันใด ๆ ไม่ว่าจะโดยชัดแจ้งหรือโดยนัยเกี่ยวกับ

(1) ความสามารถในการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์, (2) ความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์เฉพาะ, (3) ความต่อเนื่อง ความปลอดภัย หรือการปลอดข้อบกพร่องของบริการ, (4) ความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลหรือเนื้อหา หรือ

(5) การไม่ละเมิดสิทธิของบริษัท ไม่ว่าด้วยเหตุหรือพฤติการณ์ใดก็ตาม

12.2 ความเสี่ยงเกี่ยวกับข้อมูลและระบบ ลูกค้าตระหนักและยอมรับว่าการจัดเก็บ ส่งต่อ หรือประมวลผลข้อมูลผ่านบริการของบริษัท อาจประสบความล้มเหลว ความล่าช้า หรือความสูญหายได้จากหลายปัจจัย รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ความขัดข้องของระบบ การอัพเดตโปรโตคอลโดยบุคคลที่สาม การโจมตีทางไซเบอร์ เหตุสุดวิสัย การบำรุงรักษาระบบ หรือสภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบริษัทไม่รับประกันว่าข้อมูลดังกล่าวจะปลอดภัยต่อความสูญหายหรือสามารถกู้คืนได้ ลูกค้ายอมรับว่ามีหน้าที่สำรองและจัดเก็บข้อมูลของตนเองอย่างสม่ำเสมอ และยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท

12.3 ความสมบูรณ์ของข้อสงวนสิทธิ์ หากกฎหมายของเขตอำนาจศาลใดจำกัดการสงวนสิทธิ์เกี่ยวกับการรับประกันบางประเภท ข้อสงวนสิทธิ์ส่วนที่ยังสามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ โดยข้อจำกัดดังกล่าวจะไม่มีผลต่อส่วนอื่นของข้อสงวนสิทธิ์ที่กฎหมายอนุญาตให้มีผลบังคับใช้ไม่ว่าในกรณีใด บริษัทสงวนสิทธิ์สูงสุดตามที่กฎหมายอนุญาตในการจำกัดความรับผิดของตนต่อเหตุการณ์ ความเสียหาย หรือความบกพร่องใดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้หรือการไม่สามารถใช้บริการของบริษัท

ข้อ 13. ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท

ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต บริษัทขอสงวนและจำกัดความรับผิดในทุกกรณีนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อ 12 ข้างต้น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีต่อไปนี้

13.1 ความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ลูกค้าตระหนักและยอมรับว่าสินทรัพย์ดิจิทัลมิใช่เงินตราที่ได้รับการรับรองโดยรัฐบาลหรือสถาบันการเงิน มีความเสี่ยงด้านความผันผวนของมูลค่า ความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด

เมื่อลูกค้าใช้บริการของบริษัท ถือว่าลูกค้าได้ศึกษาข้อมูลและตัดสินใจลงทุนด้วยตนเองเรียบร้อยแล้ว การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นดุลพินิจและความเสี่ยงของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว บริษัทไม่ได้รับประกันมูลค่า ความต่อเนื่องของตลาด ความสภาพคล่อง หรือความชอบด้วยกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภท บริษัทจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหาย เสียหาย ด้อยมูลค่า หรือผลขาดทุนใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนหรือการซื้อขายของลูกค้า

13.2 โครงสร้างเครือข่ายและโปรโตคอลของสินทรัพย์ดิจิทัล ลูกค้าทราบว่าบริษัทมิได้เป็นเจ้าของ ควบคุม หรือบริหารจัดการโปรโตคอลของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ให้บริการอยู่ในระบบ การศึกษาหนังสือชี้ชวน วิธีการทำงาน คุณสมบัติ หรือความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทเป็นหน้าที่ของลูกค้าเอง เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวสามารถค้นหา ตรวจสอบ และติดตามได้โดยทั่วไป บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหาย เสียหาย หรือผลขาดทุนใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากลักษณะหรือการเปลี่ยนแปลงของโปรโตคอลหรือระบบของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น

13.3 ความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่ไม่เกิดจากความผิดร้ายแรงของบริษัท ลูกค้ายอมรับว่าบริษัทได้จัดให้มี

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบตามสมควรแล้ว หากต่อมาเกิดเหตุอาชญากรรมทางไซเบอร์หรือเหตุโจมตีระบบที่ มิได้เกิดจากการทุจริต มิใช่การละเว้นหน้าที่สำคัญ หรือมิใช่ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน บุคลากร หรือผู้รับจ้างของบริษัท ให้ความสูญหายหรือเสียหายที่เกิดขึ้นตกเป็นภาระของลูกค้าโดยลำพัง และบริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหาย และหรือความเสียหายนั้น

13.4 การเก็บรักษาและความปลอดภัยของบัญชีธนาคารและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า การเก็บรักษา โอน หรือรับโอนเงินบาท สินทรัพย์ดิจิทัล หรือทรัพย์สินอื่นของลูกค้า อาจเกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากธนาคาร ผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล หรือผู้ให้บริการภายนอกอื่น ๆ ลูกค้ายอมรับและรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวในการตั้งและดูแลรหัสผ่านหรือปัจจัยยืนยันตัวตนให้มีความปลอดภัย การเปลี่ยนรหัสผ่านอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบยอดและความเคลื่อนไหวในบัญชีและกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยตนเอง และป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นล่วงรู้ข้อมูลการเข้าถึงบัญชีหรือกระเป๋าดังกล่าว

หากเกิดความสูญหายหรือความเสียหายต่อเงินบาท สินทรัพย์ดิจิทัล หรือทรัพย์สินอื่นใดที่อยู่ในบัญชีเงินฝากธนาคารหรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้า ให้เป็นความรับผิดของลูกค้าเอง และบริษัทไม่ต้องรับผิด

13.5 ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และมัลแวร์บนอุปกรณ์ของลูกค้า ลูกค้ามีหน้าที่จัดเตรียมและบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมป้องกันไวรัส และอุปกรณ์อื่นใดที่จำเป็นต่อการใช้บริการของบริษัท ลูกค้าต้องใช้ความระมัดระวังในการเปิดอีเมล ลิงก์ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางการสื่อสารอื่นที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับบริษัท และตรวจสอบความถูกต้องทุกครั้งก่อนทำธุรกรรม บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากไวรัสคอมพิวเตอร์ มัลแวร์ สปายแวร์ โทรจัน เวิร์ม หรือการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือการใช้งานอุปกรณ์ของลูกค้าเอง

13.6 ความผิดพลาดจากการระบุข้อมูลคำสั่งหรือปลายทางการโอนโดยลูกค้า หากความสูญหายหรือความเสียหายใดเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการระบุข้อมูลโดยลูกค้าไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน หรือไม่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเงิน สกุลเงิน ประเภทสินทรัพย์ดิจิทัล เลขที่บัญชีธนาคาร หรือที่อยู่กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล (wallet address) ให้ถือว่าเป็นความรับผิดของลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อความสูญหายหรือความเสียหายใดที่เกิดจากความผิดพลาดดังกล่าวไม่ว่าในกรณีใด

13.7 การยุติหรือเปลี่ยนแปลงการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลบางประเภท ในกรณีที่บริษัทเห็นสมควรยุติหรือเปลี่ยนแปลงการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลสกุลใด หรือบริการบางประเภท บริษัทอาจประกาศกำหนดวันและเวลายุติการให้บริการล่วงหน้าตามที่เหมาะสม หรือดำเนินการยุติทันทีในกรณีฉุกเฉินหรือเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย หากบริษัทได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ภายในและหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องแล้ว ลูกค้าตกลงและยอมรับว่าบริษัทไม่มีหน้าที่ต้องรับผิด ไม่ว่าในฐานะการละเมิด การทำให้เสียทรัพย์ หรือความรับผิดอื่นใดอันเกี่ยวเนื่องกับการยุติหรือเปลี่ยนแปลงการให้บริการดังกล่าว

13.8 ข้อมูลประชาสัมพันธ์ หนังสือชี้ชวน และสื่อออนไลน์ของบุคคลที่สาม คำอธิบาย โฆษณา หนังสือชี้ชวน ข้อความ ข้อมูล หรือเอกสารใด ๆ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ หรือช่องทางประชาสัมพันธ์ของบริษัท มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น และไม่ถือเป็นการรับรอง คำแนะนำหรือค้ำประกันด้านผลตอบแทน การลงทุนหรือความชอบด้วยกฎหมายของสินทรัพย์หรือบริการใด ๆ ลูกค้ามีหน้าที่ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและตัดสินใจด้วยตนเองก่อนทำธุรกรรมใด ๆ หากลูกค้าได้รับข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ช่องทางของบุคคลที่สาม หรือเนื้อหาที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ บริษัทไม่อาจรับรองความถูกต้อง ความครบถ้วน หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว ดังนั้น บริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการอ้างอิง พึ่งพา หรือใช้ข้อมูลดังกล่าว ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

13.9 การถูกหลอกจากบุคคลภายนอก การฉ้อโกง การหลอกลวง การแอบอ้างตัวตน (impersonation) การโจมตีทางฟิชชิ่ง (phishing) การใช้บัญชีม้า หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบอื่น เป็นความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท

ลูกค้ามีหน้าที่ตรวจสอบให้มั่นใจว่าการติดต่อหรือการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดำเนินการผ่านช่องทางทางการที่บริษัทประกาศกำหนดเท่านั้น โดยบริษัทไม่มีนโยบายร้องขอรหัสผ่าน รหัสยืนยันตัวตน (OTP) private key หรือ seed phrase ไม่ว่ากรณีใด

13.10 เหตุสุดวิสัย บริษัทไม่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุสุดวิสัย ความสูญหาย เสียหาย หรือความบกพร่องใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากเหตุสุดวิสัย หรือเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมอย่างสมเหตุสมผลของบริษัท ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ภัยธรรมชาติ อัคคีภัย เหตุสงคราม การก่อความไม่สงบ การหยุดงานหรือข้อพิพาทแรงงาน ไฟฟ้าดับ ความล้มเหลวของระบบสื่อสาร การขัดข้องของโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ระบบเทคโนโลยีของบุคคลที่สามไม่สามารถใช้งานได้ หรือเหตุการณ์อื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยบริษัทไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดังกล่าว เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น

13.11 การใช้บริการเพื่อการกระทำที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดกฎหมาย ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า การฉ้อโกง การหลอกลวง การแอบอ้างตัวตน (impersonation) การโจมตีทางฟิชชิ่ง (phishing) การใช้บัญชีม้า หรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรูปแบบอื่น เป็นความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท ลูกค้ามีหน้าที่ตรวจสอบให้มั่นใจว่าการติดต่อหรือการทำธุรกรรมใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ดำเนินการผ่านช่องทางทางการที่บริษัทประกาศกำหนดเท่านั้น โดยบริษัทไม่มีนโยบายร้องขอรหัสผ่าน รหัสยืนยันตัวตน (OTP) private key หรือ seed phrase ไม่ว่ากรณีใด ความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการหลงเชื่อ การถูกหลอกลวง หรือการแอบอ้างเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ให้ถือเป็นความเสี่ยงและความรับผิดของลูกค้าเอง และบริษัทไม่ต้องรับผิดหรือรับประกันการเรียกคืนทรัพย์สินดังกล่าว

13.12 ความสมบูรณ์ของข้อจำกัดความรับผิด หากกฎหมายของเขตอำนาจศาลใดจำกัดความรับผิดข้างต้น ข้อจำกัดความรับผิด ส่วนที่ยังสามารถใช้บังคับได้ตามกฎหมายจะยังคงมีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์ โดยข้อจำกัดดังกล่าวจะไม่มีผลต่อส่วนอื่นของข้อจำกัดความรับผิด ที่กฎหมายอนุญาตให้มีผลบังคับใช้ไม่ว่าในกรณีใด บริษัทสงวนสิทธิ์สูงสุดตามที่กฎหมายอนุญาตในการจำกัดความรับผิดของตนต่อเหตุการณ์ ความเสียหาย หรือความบกพร่องใดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้หรือการไม่สามารถใช้บริการของบริษัท

13.13 ข้อยกเว้นจากข้อจำกัดความรับผิดต่อความรับผิดตามกฎหมายกำกับดูแล ข้อจำกัดความรับผิดทั้งหมดตามข้อ 12 และข้อ 13 นี้ ไม่ถือเป็นการตัด ลด หรือจำกัดความรับผิดของบริษัท ในกรณีที่ความเสียหายเกิดจากการที่บริษัท กรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคลากรของบริษัท มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่ กธ. 19/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 14. เพดานความรับผิดของบริษัท

ภายใต้ขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต และโดยไม่กระทบต่อข้อจำกัดความรับผิดตามข้อ 12 และข้อ 13 ข้างต้น ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า ความรับผิดรวมสูงสุดทั้งหมดของบริษัท ไม่ว่าจะเกิดจากสัญญา การละเมิด ความประมาท หรือเหตุใดก็ตาม อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการของลูกค้า ไม่ว่าบนฐานความรับผิดใด จะไม่เกินจำนวน ค่าธรรมเนียมสุทธิที่บริษัทได้รับจากลูกค้ารายนั้นจริง จากการใช้บริการของบริษัท ภายในระยะเวลา 6 (หก) เดือนก่อนวันที่เกิดเหตุที่เป็นมูลแห่งการเรียกร้องค่าเสียหาย ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อสงสัย ความรับผิดรวมสูงสุดดังกล่าวให้เป็นเพดานความรับผิดรวมตลอดอายุข้อพิพาท และให้รวมถึงค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าเสียโอกาส ค่าปรับ ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และความรับผิดในลักษณะอื่นใดทั้งหมด ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ไม่ว่าคำเรียกร้องจะเกิดจากเหตุเดียวหรือหลายเหตุที่เกี่ยวเนื่องกัน และไม่ว่าความเสียหายนั้นจะสามารถคาดการณ์ได้หรือไม่ก็ตาม โดยบริษัทไม่ต้องรับผิดใด ๆ ที่เกินกว่าเพดานความรับผิดรวมดังกล่าวไม่ว่ากรณีใด

ข้อ 15. การชดเชยค่าเสียหาย

ลูกค้าตกลงที่จะปกป้อง ชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่บริษัท รวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ตัวแทน และบริษัทในเครือของบริษัท จากการเรียกร้อง ข้อกล่าวหา ความรับผิด การฟ้องร้อง ค่าเสียหาย การสูญเสีย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจาก หรือมีสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับ การใช้บริการของลูกค้า การกระทำหรืองดเว้นการกระทำใดของลูกค้า ข้อเสนอแนะหรือข้อมูลใด ๆ ที่ลูกค้าได้ส่งมอบให้แก่บริษัท การละเมิดหรือการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ ตลอดจนการละเมิดสิทธิใด ๆ ของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ค่าทนายความที่สมเหตุสมผล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งหมดที่เกี่ยวเนื่อง

ในกรณีที่ลูกค้ามีภาระผูกพันในการชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว บริษัทมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวตามดุลพินิจของบริษัทในการรับช่วงควบคุมและดำเนินกระบวนการฟ้องร้องหรือกระบวนพิจารณาทางกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องดังกล่าวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดี การต่อรอง หรือการตกลงประนีประนอม ทั้งนี้ บริษัทสามารถดำเนินการดังกล่าวได้โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้า และบริษัทอาจใช้สิทธิในการจัดการ หรือระงับข้อพิพาทนั้นตามที่บริษัทเห็นสมควร ภายใต้ค่าใช้จ่ายของบริษัทเอง โดยที่ภาระการชดใช้ของลูกค้ายังคงอยู่เต็มจำนวนตามที่ระบุไว้ในข้อนี้

ข้อ 16. การแจ้งเตือนและการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์

16.1 การให้ความยินยอมในการรับข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ลูกค้าตกลงและให้ความยินยอมว่าบริษัทอาจจัดส่งข้อมูล เอกสาร สัญญา ข้อตกลง หนังสือแจ้งเตือน รายการเคลื่อนไหว ใบเสร็จ รายงานธุรกรรมทางการเงิน การเปิดเผยข้อมูล

หรือการติดต่อใด ๆ ที่เกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้หรือการใช้บริการ ("การติดต่อ") ให้แก่ลูกค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

การแสดงผลผ่านระบบของบริษัท หรือ

การส่งอีเมลไปยังที่อยู่ที่ลูกค้าแจ้งไว้ หรือ

การส่งข้อความ SMS ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของลูกค้า หรือ

การส่งข้อความไปยังช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นที่บริษัทมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

ค่าบริการจากผู้ให้บริการเครือข่ายหรืออินเทอร์เน็ตของลูกค้าอาจเกิดขึ้นจากการรับการติดต่อดังกล่าว ซึ่งลูกค้าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าวด้วยตนเอง ทั้งนี้ ลูกค้าควรจัดเก็บสำเนาการติดต่อที่ได้รับโดยการดาวน์โหลดหรือพิมพ์เก็บรักษาไว้เพื่อประโยชน์ในการอ้างอิงในอนาคต

16.2 ข้อกำหนดด้านอุปกรณ์และระบบที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูล ลูกค้าต้องจัดให้มีอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพียงพอเพื่อเข้าถึงและเก็บรักษาการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง อุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต โปรแกรมเบราว์เซอร์ที่ทันสมัยและรองรับการเข้ารหัสข้อมูล และอีเมลที่ใช้งานได้และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพียงพอ ทั้งนี้ ความบกพร่องของอุปกรณ์หรือระบบของลูกค้าไม่ถือเป็นความรับผิดของบริษัท

16.3 การอัพเดตข้อมูลการติดต่อ ลูกค้ามีหน้าที่อัพเดตที่อยู่อีเมล หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลการติดต่ออื่นให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบันอยู่เสมอ รวมถึงตรวจสอบกล่องอีเมล โฟลเดอร์สแปม และการตั้งค่าการรับข้อความเพื่อให้สามารถรับการติดต่อจากบริษัทได้ หากบริษัทจัดส่งการติดต่อไปยังข้อมูลที่ลูกค้าแจ้งไว้ล่าสุด แต่ลูกค้าไม่ได้รับเนื่องจากข้อมูลล้าสมัย ไม่ถูกต้อง ถูกระงับ หรือถูกระบบกรองอัตโนมัติ ให้ถือว่าบริษัทได้ส่งการติดต่อให้ลูกค้าโดยชอบแล้ว

ในกรณีที่ข้อมูลการติดต่อไม่สามารถใช้การได้และการติดต่อถูกตีกลับ บริษัทอาจระงับการใช้งานบัญชี หรือจำกัดการทำธุรกรรมของลูกค้าชั่วคราว จนกว่าลูกค้าจะอัพเดตและยืนยันข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน

ข้อ 17. ประกาศความเป็นส่วนบุคคล

ลูกค้ารับทราบและตกลงว่า การเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล เปิดเผย หรือการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในการให้บริการของบริษัท ให้เป็นไปตาม "ประกาศความเป็นส่วนบุคคล (Privacy Notice)" ของบริษัท ทั้งนี้ ลูกค้าควรศึกษาประกาศดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ วิธีการใช้ สิทธิของเจ้าของข้อมูล และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดให้มีตามกฎหมาย

ข้อ 18. กฎหมายที่ใช้บังคับ

คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายตกลงให้ใช้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับและใช้ในการตีความข้อตกลงฉบับนี้ และให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทใด ๆ อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการทำข้อตกลง ความสมบูรณ์ ผลของข้อตกลง การตีความ และการปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้ ตลอดจนนิติสัมพันธ์ใด ๆ ที่ได้เกิดขึ้นตามข้อตกลงฉบับนี้

ข้อ 19. ภาษาที่ใช้ตีความ

ให้ภาษาไทยเป็นภาษาหลักที่ใช้บังคับและใช้ในการตีความเจตนารมณ์ของข้อตกลงฉบับนี้ รวมถึงการติดต่อ สื่อสาร และการส่งคำบอกกล่าวระหว่างลูกค้าและบริษัท โดยอาจมีการจัดทำคำแปลเป็นภาษาอื่นเพื่อความสะดวกในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือข้อขัดแย้งระหว่างข้อความภาษาไทยกับข้อความในภาษาอื่น ให้ยึดถือข้อความภาษาไทยเป็นสำคัญและมีผลเหนือกว่าทุกกรณี

ข้อ 20. การแยกส่วนโมฆะ

หากข้อสัญญา เงื่อนไข หรือข้อกำหนดข้อหนึ่งข้อใดในข้อตกลงฉบับนี้ตกเป็นโมฆะ ไม่มีผลบังคับ หรือไม่สามารถใช้บังคับได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน ให้ข้อสัญญา เงื่อนไข หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เหลือยังคงมีผลบังคับใช้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ บริษัทและลูกค้าตกลงจะใช้ความพยายามในการเจรจาเพื่อกำหนดข้อกำหนดทดแทนที่ชอบด้วยกฎหมายและใกล้เคียงกับเจตนารมณ์เดิมของคู่สัญญามากที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้

ข้อ 21. การสละสิทธิ์

การที่บริษัทไม่ใช้สิทธิ ล่าช้าในการใช้สิทธิ หรือใช้สิทธิไม่ครบถ้วนตามข้อตกลงฉบับนี้ ไม่ถือเป็นการสละสิทธินั้น และไม่เป็นการตัดสิทธิ์ของบริษัทในการใช้สิทธิดังกล่าวในภายหลัง หรือใช้สิทธิอื่นใดที่บริษัทมีอยู่ตามข้อตกลงฉบับนี้หรือกฎหมาย

ข้อ 22. การโอนสิทธิและภาระผูกพัน

22.1 ลูกค้าไม่อาจโอน มอบหมาย จำหน่าย จัดการ หรือโอนย้ายสิทธิ์ หน้าที่ หรือภาระผูกพันใด ๆ ตามข้อตกลงฉบับนี้

ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม รวมถึงการโอนโดยผลของกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างควบคุม หรือเหตุอื่นที่มีผลทำให้สิทธิหรือภาระผูกพันตกแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่จะได้รับความยินยอมล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท

22.2 บริษัทมีสิทธิที่จะโอน มอบหมาย หรือโอนย้ายสิทธิ หน้าที่ หรือภาระผูกพันบางส่วนหรือทั้งหมดตามข้อตกลงฉบับนี้ให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลอื่นได้ ตามที่บริษัทเห็นสมควร ไม่ว่าบริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบหรือไม่ ทั้งนี้ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมหรือการอนุมัติจากลูกค้า และการโอนดังกล่าวไม่ถือเป็นการผิดสัญญาแต่อย่างใด

ข้อ 23. หัวข้อสัญญา

หัวข้อของแต่ละข้อหรือแต่ละวรรคในข้อตกลงฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อความสะดวกในการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ถือเป็นสาระสำคัญของข้อตกลงที่จะนำมาใช้เพื่อจำกัดความ ขยายความ หรือตีความเนื้อหาของข้อตกลงนั้นแต่อย่างใด

ข้อ 24. ความยินยอมและการผูกพันตามสัญญา

24.1 การยอมรับข้อตกลงฉบับนี้ ลูกค้ายืนยันและแสดงเจตนาโดยชัดแจ้งว่าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และให้ความยินยอมผูกพันตามข้อตกลงและเงื่อนไขทั้งหมดที่กำหนดไว้ในข้อตกลงฉบับนี้ ก่อนการเข้าถึงหรือใช้บริการของบริษัท ทั้งนี้ หากลูกค้าไม่ยินยอมต่อข้อกำหนดใดในข้อตกลงฉบับนี้ ลูกค้าต้องงดเว้นจากการลงทะเบียน การเข้าถึง หรือการใช้บริการของบริษัทโดยเด็ดขาด

24.2 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลง

บริษัทมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการแก้ไข ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมข้อตกลงฉบับนี้ได้ตลอดเวลา และจะดำเนินการแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการแก้ไขดังกล่าวผ่านช่องทางที่บริษัทเห็นสมควร ไม่ว่าจะเป็นการประกาศบนเว็บไซต์ การส่งอีเมล หรือการแจ้งเตือนผ่านระบบ พร้อมทั้งระบุวันที่ "ปรับปรุงล่าสุด" ไว้อย่างชัดเจนในข้อตกลงที่ได้รับการแก้ไข สำหรับลูกค้าเดิม การที่ลูกค้าใช้บริการของบริษัทต่อไปภายหลังการแจ้งเตือนให้ทราบถึงการแก้ไขดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นการแสดงเจตนายอมรับและผูกพันตามข้อตกลงที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้วโดยสมบูรณ์ และข้อตกลงที่แก้ไขดังกล่าวย่อมมีผลบังคับใช้ทันทีเมื่อการแก้ไขนั้นมีผลใช้บังคับตามที่บริษัทกำหนด

หากลูกค้าไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงที่ได้รับการแก้ไข ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ลูกค้าต้องหยุดใช้บริการของบริษัททันที และต้องติดต่อบริษัทเพื่อดำเนินการยุติการใช้บริการหรือปิดบัญชีผู้ใช้ตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่ลูกค้ายุติ หรือไม่ดำเนินการยุติการใช้บริการตามขั้นตอนดังกล่าว

ข้อ 25. ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์และลำดับความสำคัญ

ข้อตกลงฉบับนี้ให้ถือเป็นข้อตกลงทั้งหมดระหว่างบริษัทและลูกค้าเกี่ยวกับการใช้บริการของบริษัท และใช้แทนข้อตกลง ความเข้าใจ หรือการเจรจาใด ๆ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีมาก่อนหรือเกิดขึ้นพร้อมกันเกี่ยวกับเรื่องเดียวกันนี้

ทั้งนี้ ข้อตกลงฉบับนี้มิได้มีเจตนาเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญาอิเล็กทรอนิกส์หรือสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรอื่นใดที่ลูกค้าอาจทำไว้กับบริษัทสำหรับบริการอื่น ผลิตภัณฑ์อื่น หรือบริการที่แตกต่างออกไปของบริษัท ในกรณีที่มีข้อขัดแย้งระหว่างข้อตกลงฉบับนี้กับสัญญาหรือข้อตกลงอื่นใดดังกล่าว ให้ถือว่าสัญญาหรือข้อตกลงเฉพาะเรื่องนั้นมีผลบังคับใช้เหนือข้อตกลงฉบับนี้เฉพาะเท่าที่ข้อตกลงฉบับนี้ได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่าให้ถูกแทนที่โดยสัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าว

ข้อ 26. การคงอยู่ของข้อกำหนดภายหลังการสิ้นสุดการใช้บริการ

การสิ้นสุดข้อตกลง การยุติการใช้บริการ หรือการปิดบัญชีของลูกค้า ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่กระทบต่อการมีผลบังคับใช้ของข้อกำหนดใด ๆ ในข้อตกลงฉบับนี้ที่โดยสภาพ เจตนา หรือเนื้อหา มีวัตถุประสงค์ให้คงอยู่ต่อไปภายหลังการสิ้นสุดดังกล่าว

ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

(1) สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดที่เกิดขึ้นแล้วหรือค้างอยู่ก่อนวันสิ้นสุด ไม่ว่าทั้งในส่วนของธุรกรรมที่ได้รับการยืนยันแล้ว ค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่ายค้างชำระ หน้าที่ในการคืนทรัพย์สินที่ได้รับโดยคลาดเคลื่อน หรือการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำก่อนการสิ้นสุด

(2) ข้อ 7-10 (การควบคุมธุรกรรม, การตรวจสอบ, การกำหนดวงเงินและจำนวนธุรกรรม, และสิทธิของบริษัทในการหยุดให้บริการชั่วคราว) เฉพาะเท่าที่เกี่ยวข้อง กับการปฏิบัติตามกฎหมาย การคัดกรอง/ติดตาม การตรวจสอบ การรายงาน และ/หรือการเก็บรักษาหรือเปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนดหรืออนุญาต

(3) ข้อ 11 (สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา)

(4) ข้อ 12-14 (ข้อสงวนสิทธิ์เกี่ยวกับการรับประกันและความเสี่ยงในการใช้บริการ, ข้อจำกัดความรับผิดของบริษัท, และเพดานความรับผิดของบริษัท)

(5) ข้อ 15 (การชดเชยค่าเสียหาย)

(6) ข้อ 16 (การแจ้งเตือนและการติดต่อทางอิเล็กทรอนิกส์) และ ข้อ 17 (ประกาศความเป็นส่วนบุคคล) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ การเก็บรักษา ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูล เพื่อวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย การตรวจสอบ การป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกง/อาชญากรรม การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบ และ/หรือการระงับข้อพิพาท

(7) ข้อ 18-21 (กฎหมายที่ใช้บังคับ, ภาษาที่ใช้ตีความ, การแยกส่วนโมฆะ, และการสละสิทธิ์) และ ข้อ 22 (การโอนสิทธิ์และภาระผูกพัน) เฉพาะส่วนที่โดยสภาพต้องมีผลต่อไปภายหลังการสิ้นสุด

(8) ข้อ 27 (ช่องทางในการติดต่อบริษัท) สำหรับการติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการปิดบัญชี การร้องเรียน การตรวจสอบ การระงับข้อพิพาท และการปฏิบัติตามกฎหมายภายหลังการสิ้นสุด

ทั้งนี้ ข้อกำหนดที่คงอยู่ ให้มีผลบังคับใช้ต่อไปภายหลังการสิ้นสุด เท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของข้อนั้น ๆ

และ ภายในขอบเขตที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต โดยไม่ถูกจำกัดด้วยระยะเวลาการใช้บริการหรือสถานะของบัญชีลูกค้า

ข้อ 27. ช่องทางในการติดต่อบริษัท

เว้นแต่บริษัทจะประกาศเป็นอย่างอื่น การติดต่อบริษัทเกี่ยวกับการใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นการสอบถาม ส่งคำร้องเรียน การส่งเอกสารอัพเดตหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูล การแจ้งเหตุผิดปกติ หรือการขอให้บริษัทพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ให้ลูกค้าดำเนินการผ่านช่องทางการติดต่อที่บริษัทกำหนดดังต่อไปนี้เท่านั้น

อีเมล: support@1109x.com

ปรับปรุงล่าสุดวันที่ 11 ธันวาคม 2568